นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๖๖
หลักการและเหตุผล
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและเข้าใจถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจาก ปส. ได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามภารกิจ ปส. จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและได้มาตรฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
๑. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
ปส. จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดต่อสื่อสารกับ ปส. ณ ที่ทำการหรือผ่านช่องทางติดต่ออื่นที่ควบคุมดูแลโดย ปส. เป็นต้น
(๒) เก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือบริการอื่น ๆ ตามพันธกิจของ ปส. เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ หรือบริการของ ปส. ด้วยการใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
(๓) เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นนอกจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายหรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้วในการเปิดเผยข้อมูลแก่ ปส. เช่น การเชื่อมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะแบบเบ็ดเสร็จแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง การรับข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นในฐานะที่ ปส. มีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน พันธกิจในการดำเนินการจัดให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงความจำเป็นเพื่อให้บริการตามสัญญาที่อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานคู่สัญญาได้ เป็นต้น
๒. คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล
ปส. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยคำนึงถึงความถูกต้องครบถ้วน และความเป็นปัจจุบันของข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินงานตามภารกิจเท่านั้น
๓. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ปส. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามภารกิจของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติที่ปรากฏในพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๔ เช่น การพิจารณาออกใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี และวัสดุนิวเคลียร์ การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในการติดต่อให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในภารกิจของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ รวมถึงการพัฒนาระบบเว็บไซต์ ระบบสารสนเทศและระบบงานต่าง ๆ ให้ทันสมัย
๔. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ปส. จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้ต่อบุคคลอื่น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยทำหนังสือให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามที่กฎหมายบังคับไว้ปส. กำหนดให้ผู้รับจ้างและพนักงานจ้างเหมา (outsource) เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้ เป็นความลับ โดยห้ามนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้นอกเหนือจากที่กำหนดให้ดำเนินการตามสัญญาจ้าง
๕. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล
ปส. มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การทำลาย การใช้ การแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ ที่สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยอย่างน้อยต้องมีเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) มาตรการสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลส่วนบุคคลให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ ปส. ด้วยการเผยแพร่ข่าวสาร ให้ความรู้ การจัดสัมมนา หรือการฝึกอบรม
(๒) การกำหนดสิทธิและข้อจำกัดของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ ปส. ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อแบ่งระดับความรับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลตั้งแต่ระดับผู้บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลจนถึงระดับผู้ดูแลระบบเว็บไซต์ ระบบสารสนเทศ และระบบงานต่าง ๆ ทั้งนี้ รวมไปถึงผู้รับจ้าง พนักงานจ้างเหมา ตามสัญญาจ้าง
(๓) การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงและปลอดภัยของระบบเว็บไซต์ระบบสารสนเทศและระบบงานต่าง ๆ ทั้งหมดของ ปส. อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงระบบดังกล่าวให้ทันสมัย มีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และมีมาตรการป้องกันช่องโหว่
๖. การใช้คุกกี้
เพื่อความสะดวกของผู้ใช้งานระบบเว็บไซต์ของ ปส. ปส. อาจใช้คุกกี้ในการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานระบบเว็บไซต์ รวมทั้งรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลการเข้าเยี่ยมชมระบบเว็บไซต์จากผู้ใช้งานทุกรายผ่านคุกกี้หรือเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน
๗. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิขอถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่กับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย
(๒) สิทธิขอเข้าถึงและขอรับข้อมูลส่วนบุคคลหรือสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงหรือรับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเองที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และขอให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมาได้อย่างไร
(๓) สิทธิคัดค้าน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวมการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเมื่อใดก็ได้ ในกรณีที่กฎหมายให้อำนาจสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติในการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน
(๔) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
(๕) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของตน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
(๖) สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในระหว่างที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิคัดค้านหรือสิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
(๗) สิทธิร้องเรียน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๘. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
ปส. จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็น ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น และจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อครบกำหนดระยะเวลา โดยปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมายและระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง
๙. ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ปส. ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับ และให้คำแนะนำในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
๑๐. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ปส. อาจทบทวนหรือปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ
๑๑. การติดต่อกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกรณีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หรือประสงค์จะสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้
ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่
๑) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
– ชื่อ : สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
– สถานที่ติดต่อ : เลขที่ ๑๖ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ ๔๒๐๑
โทรสาร ๐ 2561 3013
E-Mail: office@oap.go.th
๒) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO)
– สถานที่ติดต่อ : เลขที่ ๑๖ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ ๔๒๐๑
โทรสาร ๐ 2561 3013
E-Mail: dpo@oap.go.th
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖