หลักการและเหตุผล

          การวัดปริมาณรังสีทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยด้วยสารรังสี เนื่องจากการรักษาด้วยสารรังสี จำเป็นต้องมีเครื่องวัดปริมาณรังสีทางการแพทย์ที่สามารถวัดได้ถูกต้องและแม่นยำ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณสารรังสีเข้าสู่ร่างกายเท่าที่จำเป็นต่อการรักษาและสมเหตุสมผล

          การวัดปริมาณสารรังสีทางการแพทย์ จำเป็นต้องมีการควบคุมคุณภาพของเครื่องมือวัดและบำรุงรักษาให้พร้อมสำหรับการใช้งาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ หากเครื่องมือวัดปริมาณรังสีมีความคลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้อง เช่น ในกรณีที่วัดปริมาณสารรังสีได้ต่ำกว่าความเป็นจริง แล้วนำไปใช้ในการรักษา จะทำให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีที่มากเกินความจำเป็น อาจก่อให้เกิดอันตรายและผลข้างเคียงในการรักษาได้ ทำนองเดียวกันถ้าวัดได้มากกว่าความเป็นจริง จะทำให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีน้อยกว่าความเป็นจริง ทำให้การรักษาโรคนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ จึงเห็นได้ว่าผลการวัดปริมาณรังสีที่ถูกต้องและแม่นยำมีความสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้สารรังสีในการรักษา การควบคุมคุณภาพ การดูแลและบำรุงรักษา การสอบเทียบ การทดสอบความชำนาญในการวัด ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลการวัดปริมาณรังสีที่ได้มีความถูกต้อง แม่นยำ และสามารถนำผลการวัดดังกล่าวไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานพยาบาลที่มีเครื่องเครื่องโดสคาลิเบรเตอร์ไม่น้อยกว่า ๒๐ แห่ง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยงานบริการด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ มีการใช้สารรังสีหลากหลายชนิด เพื่อให้สอดคล้องกับการรักษาโรคต่างๆ  ซึ่งสถานพยาบาลเหล่านี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ปส. ด้านการใช้ต้นกำเนิดรังสีอยู่แล้ว  หาก ปส. สามารถให้การกำกับดูแลด้านการวัดปริมาณรังสี ทำให้สารรังสีที่ใช้ในการรักษามีมาตรฐานเดียวกันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วย และเป็นการบูรณาการงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพห้องปฏิบัติการฯ ให้เป็นที่ยอมรับทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ

การจัดกิจกรรมการวัดปริมาณกัมมันตภาพรังสีให้กับสถานพยาบาลที่มีเครื่องโดสคาลิเบรเตอร์ ทั่วประเทศ นอกจากจะถ่ายทอดค่าปริมาณรังสีมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางการวัดสู่ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับงานบริการของ ปส. ให้เป็นที่ยอมรับ เป็นศูนย์กลางในการวัดปริมาณรังสีทางการแพทย์ของประเทศ อีกทั้ง ปส. ยังได้ข้อมูลพื้นฐาน (Base line) เพื่อสนับสนุนงานกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการใช้ประโยชน์จากรังสีของ ปส. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์

          ๑. เพื่อถ่ายทอดค่ากัมมันตภาพรังสีมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการของภาครัฐเพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน

          ๒. เป็นการรักษามาตรฐานของห้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

          ๓. เป็นศูนย์กลางในการวัดกัมมันตภาพรังสีทางการแพทย์

 

เป้าหมาย/กลุ่มเป้าหมาย        

กลุ่มผู้ขอรับบริการ : สถานพยาบาลที่มีเครื่องโดสคาลิเบรเตอร์สำหรับวัดกัมมันตภาพรังสี

พื้นที่เป้าหมาย      : ทั่วประเทศ

ด้วยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้กำหนดการจัดฝึกอบรม หลักสูตรความปลอดภัยทางรังสีเฉพาะทางด้านการแพทย์   สำหรับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีหรือเครื่องกำเนิดรังสี เพื่อสร้างความเข้าใจ พ.ร.บ. พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 รวมทั้งศักยภาพ บทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี ในวันที่ 20 -21 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ปส. จึงขอให้ผู้มีคุณสมบัติข้างต้น และขอให้หน่วยงานโปรดพิจารณาอนุญาตให้บุคลากรผู้มีคุณสมบัติข้างต้น ยื่นสมัครเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรตามที่กล่าวข้างต้น โดยไม่เสียค่าสมัคร

           หากมีข้อสงสัยประการใดโปรดติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล นักนิวเคลียร์เคมีชำนาญการ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ 2322 หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เนื่องจากรับจำนวนจำกัดเพียง 100 ที่นั่งเท่านั้น

Tags:

    อบรมเชิงปฏิบัติการและพัฒนาข้อเสนอโครงการพัฒนาศักยภาพของชุมชนและผู้ประกอบการ ด้วยเทคโนโลยีรังสีในพื้นที่ EECi จังหวัดระยอง (หลักสูตรความปลอดภัยทางรังสีเฉพาะทางด้านอุตสาหกรรม)   ตั้งแต่วันที่ 14 - 15 ธันวาคม 2560  ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

 

  พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้บังคับแก่การดำเนินการเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัย และการพิทักษ์ความปลอดภัย ที่จะป้องกันอันตรายจากผลกระทบทางนิวเคลียร์และรังสีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

    การกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสี ทั้งวัสดุกัมมันตรังสี และเครื่องกำเนิดรังสีจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งสถานประกอบการทางรังสีที่มีการดำเนินการผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี และ/หรือเครื่องกำเนิดรังสี รวมทั้งการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี และนำเข้าหรือส่งออกเครื่องกำเนิดรังสีจะต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

     ปัจจุบัน มีสถานประกอบการที่ดำเนินการผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกปี แต่ยังมีสถานประกอบการจำนวนหนึ่ง เช่น คลินิกทันตกรรม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงสาธารณสุขที่มีการครอบครองเครื่องกำเนิดรังสี แต่ยังไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตฯ กับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ดังนั้น เพื่อให้การกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสีเป็นไปตามมาตรฐาน มีความปลอดภัยทั้งผู้ใช้งาน ประชาชน และสิ่งแวดล้อมอีกทั้งเพื่อให้สถานประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และขั้นตอนในการขออนุญาตฯ และดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วน รวมถึงให้การบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติฉบับนี้มีประสิทธิภาพ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ร่วมกับศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ประจำภูมิภาค (ศวภ.) จึงได้จัดทำโครงการ “การกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสีในสถานประกอบการคลินิกที่มีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องกำเนิดรังสี” ในพื้นที่ 76 จังหวัด ทั่วประเทศไทย

กำหนดการรวม 9 ครง

ดาวน์โหลด แบบตอบรับ และ กำหนดการการประชุมฯ

Search