พ.ร.บ. พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ฉบับที่ 2 ประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว ลดภาระผู้ประกอบการ – พร้อมบทนิรโทษ เริ่มใช้บังคับ 4 มิ.ย. 62 นี้

ggg

      5 เม.ย. 2562 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 
ลดภาระผู้ประกอบการที่ครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีที่อยู่ในประเภทการแจ้ง 
หากเดิมไม่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (RSO) ไม่ต้องรับโทษ 
ไม่เคยขอรับใบอนุญาต หากแจ้งภายใน 90 วันนับแต่กฎกระทรวงใช้บังคับ ไม่เป็นความผิด 
ผู้รับใบอนุญาตที่ไม่จัดให้มี RSO หากทำให้ถูกต้องภายใน 60 วันนับแต่กฎกระทรวงใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ

     นางสาววิไลวรรณ ตันจ้อย รองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มิถุนายน 2562  หลังจากนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องจัดทำกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือภายในวันที่ 1 กันยายน 2562 เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ  พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เพิ่มระบบการแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเพื่อลดภาระแก่ผู้ครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายทางรังสีแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง  การเพิ่มระบบการแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีจะช่วยลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และลดค่าใช้จ่ายจากการที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและไม่ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (RSO) แต่ยังคงความเข้มงวดในการกำกับดูแลเครื่องกำเนิดรังสีอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการป้องกันอันตรายจากรังสีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

      พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มีหลักการสำคัญ ๆ เช่น
        1. การให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีอำนาจในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงในส่วนที่เกี่ยวข้อง
        2. การเพิ่มกลไกการกำกับดูแลเครื่องกำเนิดรังสีโดยระบบการแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับใช้เพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์และเพื่อใช้งานในสถานพยาบาล และเครื่องกำเนิดรังสีอื่นที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
       3. การแก้ไขหลักเกณฑ์การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
       4. การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มระบบการแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี เช่น บทกำหนดโทษ องค์ประกอบของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี และดุลยพินิจในการกำหนดโทษของศาล เป็นต้น

      ทั้งนี้ ปส. ได้เตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี ผู้ปฏิบัติงานทางรังสี บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ให้รับรู้ถึงข้อกฎหมายรวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ ฉบับที่ 2 นี้ โดยจัดสัมมนา “รู้เท่ากันกฎหมายนิวเคลียร์ อยู่อย่างปลอดภัยในยุค Thailand 4.0” ใน 5 ภาค ซึ่งดำเนินการไปแล้ว 3 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง ที่กรุงเทพมหานคร, ภาคตะวันออก ที่จังหวัดระยอง, ภาคเหนือ ที่จังหวัดลำปาง และกำหนดจัด ณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดนครราชสีมา และภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเดือนมิถุนายน 2562  ทั้งนี้ หากประชาชนมีความสนใจแต่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ปส. ได้ประมวลประเด็นถาม – ตอบ หรือ Q&A ของแต่ละภาคไว้แล้วบนเว็บไซต์สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ www.oap.go.th

      สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มกฎหมาย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ 3414
        

ข่าวโดย  กลุ่มส่งเสริมฝึกอบรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติโทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ  1123 - 1124 ณ วันที่ 6 เมษายน 2562

Search